ความรู้และวิชาการ » สำหรับประชาชนทั่วไป » ขั้นตอนการดูเเลรักษาผลตรวจมะเร็งปากมดลูกผิดปกติ (Abnormal Pap smear)
TGCS Newsletter
สมัครรับข่าวสารจากสมาคม เพียงกรอกอีเมลของท่าน



TGCS Poll
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับ รูปแบบใหม่ของเว็บไซต์สมาคม

ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
แย่

TGCS Song
เพลงสมาคม

สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย-Thai Gynecologic Cancer Society



สำหรับประชาชนทั่วไป
Written by Webmaster @ TGCSThai
26 กันยายน 2556 16:53:52
Share on Twitter Share  Share on Google+ Share



ขั้นตอนการดูเเลรักษาผลตรวจมะเร็งปากมดลูกผิดปกติ (Abnormal Pap smear)






โดย นาวาอากาศโท ทรงพล สนธิชัย


          หลังจากที่หมอได้ตอบคำถามทางwebsite TGCSTHAI มาระยะเวลาหนึ่งเเล้วพบว่าผู้หญิงเรายังไม่เข้าใจขั้นตอนการดูเเลรักษาผลตรวจมะเร็งปากมดลูกที่ผิดปกติดีเท่าที่ควรครับ หมอจึงได้เขียนบทความนี้เพือให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ ปัจจุบันนี้การตรวจมะเร็งปากมดลูก ที่เราเรียกกันติดปากว่า เเป็ปเสมียร์ (pap smear) นั้นถือเป็นการตรวจคัดกรองเเบบง่ายใช้เวลาตรวจไม่นาน ไม่เจ็บตัวเเต่ไม่สามารถนำมาใช้วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งได้ในกรณีผลตรวจให้ผลผิดปกติครับซึ่งจะต้องได้รับการตรวจยืนยันอีก
 
          ในปัจจุบัน การตรวจ เเป็ปสเมียร์มีสองเเบบคือเเป็ปหนา (conventional pap) เเละเเป็ปบาง (thin prep) ซึ่งเเต่ละวิธีก็มีข้อเสียเเตกต่่างกันครับ. เเล้วหมอจะเขียนเล่าให้ฟังภายหลังนะครับ.  
หลังจากได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกม่เเล้ว คุณหมอจะนัดไปฟังผลตรวจประมาณ 1-4 สัปดาห์ เเล้วเเต่ละโรงพยาบาลครับ ซึ่งในใบรายงานผลตรวจ จะรายงานดังน้ี

           1. ผลตรวจปกติ
           2. ผลตรวจพบการอักเสบ
           3. ผลตรวจสงสัยพบเซลล์ผิดปกติ ตั้งเเต่ ASCUS ,LSIL ,ASC-H ,HSIL , SCC เรียงตามลำดับความสงสัยจากน้อยไปหามากครับ ในความผิดปกติหัวข้อที่สามนี้ เหมือนที่หมอเขียนเเต่ต้นว่ายังไม่สามารถบอกได้ว่าผิดปกติจริงไหมยังเป็นขั้นตอนความสงสัย หลายคนเกิดความตื่นตนกตกใจ บางคนร้องไห้ บางคนทะเลาะกับเเฟนที่บ้านเลยก็มี บางคนคิดมากจนนอนไม่หลับ กินไม่ได้ ซึ่งหลายโรงพยาบาลจะมีจดหมายเเจ้งกลับไปที่บ้าน บางโรงพยาบาลเเจ้งผลทางโทรศัพท์ ว่า ผลตรวจมะเร็งปากมดลูกผิดปกติให้มาพบเเพทย์ด่วน บางที่ก็เเจ้งว่าผลตรวจพบเซลล์มะเร็งพบเเพทย์ด่วน คนที่ไปตรวจมะเร็งปากมดลูกพอได้ยินเเบบนี้หัวใจเเทบไปอยู่ที่ตาตุ่มกันหมด. ที่คุณหมอต้องใช้คำในทำนองนี้ก็เพื่อที่จะให้คุณผู้หญิงทั้งหลายที่ได้รับการตรวจเเล้วผลผิดปกติให้กลับเข้ามาตรวจยืนยันความผิดปกติว่าเป็นถึงขั้นไหนอีกที ซึ่งความผิดปกติส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม รอยโรคก่อนเป็นมะเร็งครับ (CIN) ซึ่งทางคุณหมอสามารถรักษาให้หายได้ก่อนที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกครับ.

          คราวนี้มาดูขั้นตอนการดูเเลรักษาหลังจากที่ได้ผลตรวจมะเร็งปากมดลูกผิดปกติครับ ขั้นตอนต่อไปคุณหมอจะนัดเรามาส่องกล้องที่ปากมดลูก ขั้นตอนการตรวจจะคล้ายการตรวจภายในเเต่จะใช้เวลาตรวจนานกว่าประมาณ 5-10นาที ถ้าพบความผิดปกติคุณหมอจะทำการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิ (histology) เเล้วรอฟังผลประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังตัดชิ้นเนื้อควรงดมีเพศสัมพันธ์ อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เพราะปากมดลูกจะมีเเผลขนาด 1-2 mm พอมาถึงขั้นตอนฟังผลชิ้นเนื้อ ขั้นตอนนี้ละครับจะบอกได้ว่าความผิดปกติที่เราสงสัยเป็นถึงขั้นไหน ซึ่งขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่ว่ายืนยันการวินิจฉัย โดยผลที่ออกมาจะรายงานตั้งเเต่

          1. ผลปกติ ไม่พบเซลล์มะเร็งหรือระยะก่อนเป็นมะเร็ง(CIN)
          2. พบการอักเสบของปากมดลูก (cervicitis)
          3. การติดเชื้อ HPV
          4. พบรอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง ( CIN ) ซึ่งในความผิดปกตินี้เเบ่งความผิดปกติเป็นสามระดับคือ CIN1, CIN2, CIN3 CIS เรียงลำดับความผิดปกติจากน้อยไปหามากครับ. มาทำความเข้าใจกับ รอยโรคก่อนเป็นมะเร็งก่อนนะครับชื่อก็บอกอยู่เเล้วว่ายังไม่ได้เป็นมะเร็ง เเละส่วนใหญ่ผลการตัดชิ้นเนื้อก็จะอยู่ในกลุ่มนึ้ครับ เจ้ารอยโรคก่อนเป็นมะเร็งนี้มีโอกาสที่จะหายเองไดใน CIN 1 เเละก็มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ถ้าไม้ได้รักษา
          5. พบเซลล์มะเร็ง
 
          
          พอถึงขั้นตอนฟังผลชิ้นเนื้อคุณหมอจะวางเเผนการรักษาตามผลชิ้นเนื้อนั้นครับ การรักษามีดังต่อไปนี้

          1. การจี้เย็น (cryotherapy)สามารถรักษารอยโรค ระดับ CIN 1 - 3 ได้เเต่ก็ขึ้นอยู่กับความผิดปกติขนาดกว้างไหม เข้าไปในรูปากมดลูกไหม ซึ่งเป็นข้อจำกัดของวิธีนี้
          2. การตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย (conization) มีด้วยกันหลายวิธีขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรค ตำเเหน่ง ชนิดของเซลล์ เเละความชำนาญของเเพทย์ มีดังนี้

    • การใช้มีดตัด (cold knife conization)
    • การใช้เครื่อง radiofrequency  ตัด เรียกว่า leep หรือ LLETZ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันบ่อย
    • การใช้ lasor ตัด
    • การใช้จี้เข็มตัด (needle conization)


          ในการเลือกใช้เเต่ละวิธีก็มีข้อจำกัดเเละขึ้นอยู่กับความชำนาญของเเพทย์ที่ทำการรักษาครับ หลังได้รับการรักษาด้วยวิธีจี้เย็นผู้ป่วยจะมีตกขาวออกมาเป็นน้ำมากหน่อยประมาณหนี่งสัปดาห์ ส่วนวิธีการตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย อาจจะมีเลือดออกที่ช่องคลอดหลังสัปดาห์เเรกของการผ่าตัด

          ภายหลังที่ได้รับการรักษาเสร็จสิ้นลงจะต้องมีการนัดมาฟังผลชิ้นเนื้อในกรณีที่ได้รับการตัดปากมดลูก ซึ่งผลออกมาก็ขึ้นอยู่กับระดับความผิดปกติ ดังนี้

    • ผลปกติ
    • ผลมีการอักเสบ
    • ผลเป็นรอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง (CIN)
    • ผลเป็นมะเร็ง

          เเละยังทราบอีกว่าคุณหมอได้ตัดเอาความผิดปกติออกมาหมดไหม (margin free) เเต่กรณีไม่หมด (not free margin) ก็ไม่ต้องตกใจครับ กรณีที่ผ่านการตัดจาก เครื่อง RF เครื่องจี้ไฟฟ้า ส่วนใหญ่ตำเเหน่งที่เหลืออยู่จะถูกจี้ทำลายในขณะห้ามเลือดอยู่เเล้วครับ. เเละหลังการรักษาจบลงคุณหมอจะนัดตรวจแป็ปเสมียร์ทุกหกเดือนครับ




Search
กรุณากรอกคำค้น



Official Partners
iCheckTest
Roche