ความรู้และวิชาการ » สำหรับประชาชนทั่วไป » เมื่อเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่ต้องตกใจโปรดสนใจทางนี้
TGCS Newsletter
สมัครรับข่าวสารจากสมาคม เพียงกรอกอีเมลของท่าน



TGCS Poll
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับ รูปแบบใหม่ของเว็บไซต์สมาคม

ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
แย่

TGCS Song
เพลงสมาคม

สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย-Thai Gynecologic Cancer Society



สำหรับประชาชนทั่วไป
Written by Webmaster @ TGCSThai
19 มิถุนายน 2555 10:13:54
Share on Twitter Share  Share on Google+ Share



เมื่อเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่ต้องตกใจโปรดสนใจทางนี้






เมื่อเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่ต้องตกใจโปรดสนใจทางนี้


      การจะสรุปว่าท่านเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก โดยทั่วไปจะต้องมีการตรวจเนื้อทางพยาธิวิทยา ซึ่งมักจะได้จากการขลิบเนื้อจากบริเวณปากมดลูกไปตรวจ หรือจากการตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวย หลังจากนั้น แพทย์จะตรวจเพื่อจัดแบ่งระยะของโรค เพื่อวางแผนในการรักษาที่เหมาะสมที่สุดต่อไป ซึ่งโดยทั่วไปต้องอาศัยการตรวจร่างกาย การตรวจภายใน และการตรวจทางทวารหนัก อาจจะต้องอาศัยการตรวจโดยการส่องกล้องดูในกระเพาะปัสสาวะ และทางทวารหนัก และการตรวจเอ็กซ์เรย์ปอด ร่วมกับการตรวจดูทางเดินปัสสาวะ โดยการฉีดสารทึบรังสีและเอ็กซ์เรย์ดู เมื่อทราบระยะของโรคแล้ว แพทย์จึงจะเริ่มให้การรักษา

 

 

      การรักษามะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 มีการรักษาที่เป็นมาตรฐานอยู่ 2 วิธี


      1.การรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดจะเป็นการตัดมดลูกแบบถอนรากถอนโคน คือการตัดมดลูกออกแบบกว้างขวาง หมายความว่า จะตัดเนื้อเยื่อรอบตัวมดลูกออกด้วย ส่วนการจะตัดรังไข่ออกหรือไม่นั้น อาจจะพิจารณาจากอายุผู้ป่วยว่ายังจำเป็นต้องการฮอร์โมนจากรังไข่หรือไม่ การผ่าตัดนี้รวมถึงการเลาะต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานออกด้วย เนื่องจากการผ่าตัดนี้เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างใหญ่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องคาสายปัสสาวะไว้หลายวันหลังจากผ่าตัดจึงจะถอดสายปัสสาวะออกได้ การผ่าตัดรักษามักจะทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้ ประมาณมากกว่า 80% 
      โดยทั่วไปผู้ป่วยมักจะกลัวความเจ็บปวด ซึ่งปัจจุบันการแพทย์เจริญมาก มีวิธีทางการแพทย์และรวมทั้งมียาที่ช่วยให้ผู้ป่วยแทบไม่มีอาการเจ็บปวดระหว่างและหลังการผ่าตัดเลย และอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ป่วยกลัวคือความเสี่ยงของการผ่าตัด ซึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้ความปลอดภัยของการผ่าตัดรักษาสูงมากเกือบ 100% จึงไม่น่าจะต้องเป็นห่วงเกินไป ผู้ป่วยบางคนเข้าใจผิดว่าการผ่าตัดทำให้มะร็งกระจาย ซึ่งไม่เป็นความจริง การได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความสูญเสียร้ายแรง แม้กระทั่งการสูญเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น

      2.การรักษาโดยรังสีรักษา ซึ่งปัจจุบันนิยมให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น การรักษาวิธีนี้ได้ผลการหายใกล้เคียงกับการรักษาด้วยการผ่าตัด รังสีรักษาประกอบด้วย การฉายแสงบริเวณอุ้งเชิงกรานเพื่อครอบคลุมส่วนที่โรคอาจจะกระจายออกไป และการใส่แร่ซึ่งเน้นการทำลายมะเร็งที่บริเวณปากมดลูก รังสีรักษาไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด แพทย์มักแนะนำให้รับการรักษาวิธีนี้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการรักษาโดยการผ่าตัดสูง หรือผู้ป่วยที่อายุมาก ๆ

 

 

      การรักษามะเร็งปากมดลูกระยะที่ 2 – 4 


      การรักษามาตรฐาน คือ การรักษาโดยรังสีรักษา ซึ่งได้กล่าวแล้วว่าในปัจจุบันแพทย์จะให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย ช่วยให้อัตราการหายจากโรคสูงขึ้น

      หลังจากการรักษาแล้วแพทย์จะนัดตรวจติดตามผลเป็นระยะ ๆ อย่างน้อยเป็นเวลา 5 ปี โดยใน 2 ปีแรกจะนัดตรวจประมาณ 3 – 4 เดือนครั้ง หลังจากนั้นจะนัดตรวจ 6 เดือนครั้ง โปรดร่วมมือมาตรวจตามนัด 

      โปรดจำไว้ว่ามะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่รักษาให้หายขาดได้สูง อย่าหลงผิดไปรักษาผิดทาง เช่น การไปรักษาโดยยาสมุนไพร หรือกลัวการรักษาจนเกินเหตุ ทำให้โรคเป็นมากขึ้น จนโอกาสหายจากโรคน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะย้ำเตือนคือ มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองเป็นระยะ ๆ และปัจจุบันนี้มีวัคซีนซึ่งช่วยป้องกันได้อย่างน้อย 70% จึงช่วยให้การป้องกันโรคนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น




Search
กรุณากรอกคำค้น



Official Partners
iCheckTest
Roche
sd