ความรู้และวิชาการ » สำหรับประชาชนทั่วไป » ความรู้สำหรับประชาชน เรื่องมะเร็งรังไข่
TGCS Newsletter
สมัครรับข่าวสารจากสมาคม เพียงกรอกอีเมลของท่าน



TGCS Poll
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับ รูปแบบใหม่ของเว็บไซต์สมาคม

ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
แย่

TGCS Song
เพลงสมาคม

สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย-Thai Gynecologic Cancer Society



สำหรับประชาชนทั่วไป
Written by Webmaster @ TGCSThai
28 พฤษภาคม 2552 09:24:31
Share on Twitter Share  Share on Google+ Share



ความรู้สำหรับประชาชน เรื่องมะเร็งรังไข่


ความสำคัญ
มะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งอวัยวะเพศสตรี รองมาจากมะเร็งปากมดลูก โดยมีอุบัติการณ์ประมาณ 5.6 ต่อประชากรสตรี 1 แสนคนต่อปี จากสถิติของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติในปี พ.ศ.2545 พบว่ามีสตรีไทยเป็นมะเร็งรังไข่ปีละ 1,763 คน เสียชีวิต 793 คน หรือร้อยละ 45 มะเร็งรังไข่จึงเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเมื่อเปรียบเทียบกับมะเร็งของอวัยวะอื่น ๆ เนื่องจากการวินิจฉัยให้ได้มะเร็งในระยะเริ่มแรกค่อนข้างยาก เมื่อวินิจฉัยได้ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 70 จะอยู่ในระยะลุกลามมาก ซึ่งผลการรักษาไม่ค่อยดี

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งรังไข่
สาเหตุของมะเร็งรังไข่ยังไม่ทราบแน่นอน ส่วนหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประวัติการเป็นมะเร็งรังไข่ในครอบครัวและประวัติการเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน ในประเทศทางตะวันตกสตรีจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ในช่วงชีวิต (lifetime risk) ประมาณร้อยละ 1.6 แต่ถ้ามีสมาชิก 1 คนในครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเป็นร้อยละ 4-5 และถ้ามีญาติสายตรง เช่น แม่ พี่สาว หรือน้องสาว มากกว่า 2 คนขึ้นไปเป็นมะเร็งรังไข่ ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่จะสูงถึงร้อยละ 50 มะเร็งรังไข่ที่เป็นกันหลายคนในครอบครัวส่วนใหญ่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 ซึ่งยีนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็งเต้านมด้วย
มะเร็งรังไข่จะพบได้บ่อยในสตรีที่ไม่ได้แต่งงาน หรือแต่งงานแต่ไม่มีลูกหรือมีลูกยาก ในขณะที่สตรีที่มีลูกมากหรือรับประทานยาคุมกำเนิดที่ยับยั้งการตกไข่จะมีความเสี่ยงลดลง นอกจากนี้มะเร็งรังไข่ยังพบได้ในสตรีที่อ้วนและดื่มเหล้ามาก ความเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่จะลดลงในสตรีที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สตรีที่ทำหมันหรือตัดมดลูกออกแล้ว

อาการของมะเร็งรังไข่
มะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการผิดปกติ มีบางรายอาจคลำได้ก้อนในท้องหรือมีความรู้สึกว่าบริเวณท้องน้อยโตขึ้น อาการที่ควรสงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็งรังไข่คือ  อาการอืดแน่นท้อง เรอบ่อย ๆ เหมือนอาหารไม่ย่อย หรือมีแก๊สมากในกระเพาะอาหาร รับประทานยาลดกรดแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจภายในหรือตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง อาการอืดแน่นท้องมักเกิดจากการมีสารน้ำในช่องท้องปริมาณมากหรือมีก้อนมะเร็งในช่องท้อง บางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด

การป้องกันและการตรวจคัดกรอง
สตรีที่มีความเสี่ยงสูงจากการมีประวัติมะเร็งรังไข่ในครอบครัว ควรให้คำแนะนำในการป้องกัน โดยถ้ายังไม่แต่งงานหรือยังไม่ต้องการมีลูก แนะนำให้รับประทานยาคุมกำเนิดไว้ตลอด แต่ถ้ามีลูกเพียงพอแล้ว แนะนำเรื่องการตัดรังไข่ออก อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะตัดรังไข่ออกไปแล้วก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งของเยื่อบุช่องท้อง เพราะเป็นเซลล์ที่พัฒนามาจากต้นกำเนิดเดียวกันของเซลล์บุผิวรังไข่
การตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ ในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพสูงพอ ส่วนใหญ่จะแนะนำในสตรีที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ วิธีการตรวจคัดกรองได้แก่

1. การตรวจภายในประจำปี

2. การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางช่องคลอด เพื่อดูลักษณะและขนาดของรังไข่รวมทั้ง
ปริมาณเลือดที่มาเลี้ยงรังไข่

3. การตรวจเลือดเพื่อวัดปริมาณสารที่สร้างจากมะเร็งรังไข่ คือ สาร CA125 ซึ่งอาจจะสูงขึ้นใน มะเร็งรังไข่บางชนิด และอาจปกติในมะเร็งรังไข่บางชนิด สาร CA125 อาจจะสูงขึ้นได้ในภาวะ อื่นที่ไม่ใช่มะเร็งรังไข่ เช่น เยื่อบุช่องท้องอักเสบ ตับอักเสบ การอักเสบในเชิงกราน เยื่อบุมดลูกอยู่ผิดที่ เนื้องอกของมดลูก การตั้งครรภ์และการมีประจำเดือน เป็นต้น
ผลการศึกษาโดยการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางช่องคลอดร่วมกับการตรวจวัดปริมาณสาร CA125  ในสตรีที่หมดประจำเดือนแล้ว 22,000 คน พบว่ามีความไวในการตรวจพบมะเร็งรังไข่ประมาณร้อยละ 80 มีความจำเพาะร้อยละ 99 และมีคุณค่าในการทำนายผลบวกประมาณร้อยละ 27

การรักษา
การรักษามะเร็งรังไข่ขึ้นกับระยะของมะเร็งและความต้องการมีลูกของผู้ป่วย ถ้าอายุน้อยและเป็นมะเร็งรังไข่ระยะเริ่มแรกข้างเดียว สามารถรักษาแบบอนุรักษ์ภาวะเจริญพันธุ์ได้โดยการตัดรังไข่ออกข้างเดียวร่วมกับการผ่าตัด เพื่อตรวจการแพร่กระจายของมะเร็งในช่องท้อง และอาจพิจารณาให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วยในบางกรณี แต่ถ้าเป็นมะเร็งรังไข่ระยะลุกลามแล้ว การรักษาจะเป็นการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกให้มากที่สุด แล้วตามด้วยการให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วยต่อไป

การพยากรณ์โรค
ผลการรักษามะเร็งรังไข่ขึ้นกับระยะของมะเร็ง ปริมาณของมะเร็งที่เหลือในช่องท้องและชนิดของเซลล์มะเร็ง อัตราการอยู่รอด 5 ปีโดยรวมของมะเร็งรังไข่ทุกระยะประมาณร้อยละ 45-50 ถ้าเป็นมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรก อัตราการอยู่รอด 5 ปีสูงถึงร้อยละ 80-90 แต่ถ้าเป็นระยะลุกลามมาก อัตราการอยู่รอด 5 ปี จะลดลงเหลือประมาณร้อยละ 10-20




Search
กรุณากรอกคำค้น



Official Partners
iCheckTest
Roche