ความรู้และวิชาการ » สำหรับประชาชนทั่วไป » ความรู้สำหรับประชาชน เรื่องมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
TGCS Newsletter
สมัครรับข่าวสารจากสมาคม เพียงกรอกอีเมลของท่าน



TGCS Poll
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับ รูปแบบใหม่ของเว็บไซต์สมาคม

ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
แย่

TGCS Song
เพลงสมาคม

สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย-Thai Gynecologic Cancer Society



สำหรับประชาชนทั่วไป
Written by Webmaster @ TGCSThai
28 พฤษภาคม 2552 08:02:06
Share on Twitter Share  Share on Google+ Share



ความรู้สำหรับประชาชน เรื่องมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก


ความสำคัญ
มะเร็งของตัวมดลูก เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งอวัยวะเพศสตรี รองมาจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งรังไข่ โดยพบประมาณ 2.8 คนต่อสตรี 100,000 คนต่อปี จากสถิติของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติ พบว่ามีสตรีไทยเป็นมะเร็งของตัวมดลูกปีละ 9.2 คน เสียชีวิต 288 คน หรือร้อยละ 32 ส่วนใหญ่ของมะเร็งตัวมดลูกร้อยละ 95-97 เป็นมะเร็งของเยื่อบุโพรงมดลูก อีกร้อยละ 3-5 เป็นมะเร็งของกล้ามเนื้อมดลูก

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะพบในสตรีสูงอายุหลังวัยหมดประจำเดือน ในช่วงอายุ 51-60 ปี มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามสาเหตุคือ มะเร็งที่สัมพันธ์กับการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนและมะเร็งที่ไม่สัมพันธ์กับฮอร์โมน การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นระยะเวลา นาน ๆ โดยไม่ได้ให้ฮอร์โมนโปรเจสติน จะกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาตัวผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าวได้แก่ สตรีที่มีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง อ้วน มีเนื้องอกรังไข่ที่สร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน และสตรีที่รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือยาที่ออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน เช่น ยาทาม็อคซิเฟน เป็นต้น
สำหรับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกที่ไม่สัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจน มักพบในสตรีอายุมากและไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจน สตรีที่ไม่ได้แต่งงานหรือไม่มีลูกจะมีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากกว่าสตรีที่มีลูกหลายคน สตรีที่มีประวัติมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่จะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกสูงขึ้น สตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิดจะมีความเสี่ยงต่อโรคนี้ลดลง

อาการของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
อาการที่พบบ่อยที่สุดของผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกคือ การมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือดออกผิดปกติในสตรีหลังวัยหมดระดู ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของเลือดออก อาการอื่น ๆ ได้แก่ ปวดท้องน้อย ตกขาวผิดปกติ มีก้อนในท้อง ถ้ามะเร็งแพร่กระจายไปที่อวัยวะอื่นอาจมีอาการไอเรื้อรัง หอบ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือปวดกระดูก ดังนั้นสตรีที่มีเลือดออกผิดปกติทาง
ช่องคลอด โดยเฉพาะในวัยใกล้หรือวัยหลังหมดระดู จึงควรรีบมาพบแพทย์

การตรวจเพื่อวินิจฉัย
แพทย์จะวินิจฉัยโดยการตรวจภายในและทำการขูดหรือตัดชิ้นเนื้อจากเยื่อบุโพรงมดลูกมาตรวจ ดังนั้นแพทย์อาจจะทำการตรวจเบื้องต้นโดยการตรวจวัดความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางช่องคลอด (transvaginal sonography) ทำการขูดมดลูกเพื่อนำชิ้นเนื้อมาตรวจ หรือใช้กล้องส่องตรวจโพรงมดลูก (hysteroscopy) เพื่อตรวจหาบริเวณที่ผิดปกติและตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา

การรักษา
การรักษามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในระยะเริ่มแรกคือ การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทั้ง 2 ข้างออก และอาจทำการเลาะต่อมน้ำเหลืองออกด้วย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป หลังผ่าตัดอาจพิจารณารักษาเพิ่มเติมด้วยการฉายรังสีเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ ถ้าสตรีมีโรคร้ายแรงที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาด้วยการฉายรังสี ถ้าเป็นมะเร็งระยะลุกลามมากจะรักษาโดยการให้ยาเคมีบำบัดหรือฮอร์โมนตามชนิดของเซลล์มะเร็ง

การพยากรณ์โรค
ผลการรักษามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นกับระยะของมะเร็งและชนิดของเซลล์มะเร็ง อัตราการ
อยู่รอด 5 ปีโดยรวมประมาณร้อยละ 80-85 ถ้าเป็นมะเร็งในระยะเริ่มแรก อัตราการอยู่รอด 5 ปีสูงถึงร้อยละ 96 ถ้าเป็นมะเร็งแพร่กระจายอยู่ในเชิงกรานหรือแพร่กระจายไปไกล อัตราการอยู่รอด 5 ปี ลดลงเหลือ
ร้อยละ 67 และร้อยละ 23 ตามลำดับ




Search
กรุณากรอกคำค้น



Official Partners
iCheckTest
Roche
sd