คำถามที่พบบ่อย







      ดิฉันทำงานที่เกี่ยวข้องกับ carcinogens เป็นประจำ อายุ 25 ปี ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรจะฉีดวัคซีนเอชพีวีไหมคะ หากต้องการฉีดวัคซีนเอชพีวีจะต้องตรวจอะไรเป็นพิเศษก่อนไหมคะ
      ในผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ สามารถฉีดวัคซีนได้เลยโดยไม่ต้องตรวจภายในหรือตรวจหาเชื้อ HPV ใดๆ แม้คุณจะไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับ Carcinogen ก็สามารถฉีดได้ค่ะ ถ้าต้องการฉีดวัคซีนก็สามารถฉีดได้เลยค่ะ และเมื่อแต่งงานแล้ว อย่าลืมการไปตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปี เพราะวัคซีนสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้เพียง 70% ฉีดที่โรงพยาบาลจังหวัดได้ทุกแห่ง
      วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ที่คลินิค ฉีดเข็ม ละ 2,800 บาท 3 เข็ม 8,400 บาทแพงหรือเปล่า
      ราคาสูงกว่า รพ. ของรัฐเล็กน้อย
      ทำไมอ่านในอินเตอร์เน็ตเขาบอกว่าไม่ควรตรวจหาเชื้อ HPVก่อนฉีดวัคซีน
      เพราะการตรวจพบเชื้อหรือไม่พบ ถ้าต้องการฉีดวัคซีนก็สามารถฉีดได้ แต่วัตถุประสงค์และประสิทธิภาพอาจไม่เหมือนกัน และหลังจากฉีดก็ควรตรวตคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปีด้วยจะดีมาก
      อายุ 28 ปีแต่งงานมา 4 ปีแล้วอยากจะฉีด วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ทุกปีจะไปตรวจมะเร็งปากมดลูก ถ้าตรวจแล้วไม่มีเชื้อ จะมีประโยชน์หรือเปล่าถ้ามีเพศสัมพันธ์แล้ว ตั้งใจจะมีลูกแต่อยากจะไปฉีดวัคซีน HPV จะมีผลอะไรหรือเปล่า
      สามารถฉีดวัคซีนได้ แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อขึ้นอยู่กับว่า เคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ เพราะมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว การฉีดวัคซีนในกรณีนี้จะใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งจะต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำด้วย ขณะกำลังฉีด แต่ยังไม่ครบ 3 เข็ม ควรคุมกำเนิดไว้ก่อน หากมีตั้งครรภ์ก่อนที่จะฉีดครบ ให้หยุดฉีดเข็มต่อไป แล้วจึงมาฉีดต่อให้ครบหลังคลอดได้
      ดิฉันอายุ 40 ปี มีแฟนตั้งแต่อายุ 19 ปี ยังไม่มีบุตร ขอถามคุณหมอเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ค่ะ ว่าถ้าดิฉันไปฉีด จะป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้มั๊ย กี่เปอร์เซ็นต์คะ
      สามารถฉีดวัคซีนได้ แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อขึ้นอยู่กับว่า เคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ เพราะมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว การฉีดวัคซีนในกรณีนี้จะใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งจะต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำด้วย ขณะกำลังฉีด แต่ยังไม่ครบ 3 เข็ม ควรคุมกำเนิดไว้ก่อน หากมีตั้งครรภ์ก่อนที่จะฉีดครบ ให้หยุดฉีดเข็มต่อไป แล้วจึงมาฉีดต่อให้ครบหลังคลอดได้ แต่เนื่องจากอายุ 40 ปีแล้ว ประสิทธิภาพในด้านการสร้างภูมิคุ้มกันอาจมีได้ไม่เท่าในกลุ่มอายุน้อย การป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดยปกติ สามารถป้องกันการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุเพียง 70 % เท่านั้น ฉะนั้นในกรณีของคุณอาจได้ผลน้อยกว่า และที่ดีที่สุดสำหรับคุณคือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำทุกปี
      ma ฉบับล่าสุด Vol. 302, No. 7, August 19, 2009 ได้รายงาน Postlicensure Safety Surveillance for Quadrivalent Human Papillomavirus Recombinant Vaccine หลังจากมีผู้ใช้ไปแล้วกว่า 2.4 ล้านโดสว่า พบ serous adverse events 6.2% และมีรายงานการเสียชีวิต 32 ราย สำหรับผลข้างเคียงอื่นๆได้แก่ 8.2 for syncope; 7.5 for local site reactions; 6.8 for dizziness; 5.0 for nausea; 4.1 for headache; 3.1 for hypersensitivity reactions; 2.6 for urticaria; 0.2 for venous thromboembolic events, autoimmune disorders, and Guillain-Barr? syndrome ซึ่งผู้รายงานกล่าวว่า อุบัติการณ์ของ syncope และ thromboembolic events ดูจะสูงกว่าที่เคยรายงานจาก vaccine ชนิดอื่นๆ หวังว่าแพทย์ที่สั่งฉีด vaccine จะได้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นนะครับ อ่านเพิ่มเติมได้จาก: jama.ama-assn.org/cgi/content/short/302/7/750?home www.medscape.com/viewarticle/707634?src=...n=16&uac=73448MG
      หลังจากที่ FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับรองการฉีด quadrivalent HPV vaccine ในเดือนมิถุนายน 2549 ได้มีการฉีดวัคซีนนี้จนถึงเดือนธันวาคม 2551 ไปแล้ว 23,051,336 ครั้ง (doses) มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ หรือ adverse events รายงานเข้ามาในระบบรายงานเหตุการณ์ ไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน (Vaccine Adverse Event Reporting System หรือ VAERS) 12,424 ครั้ง คิดเป็นอัตราการรายงาน (reporting rate) ต่อการฉีดวัคซีน 100,000 doses = 53.9 เป็น syncope (หน้ามืดเป็นลม) 8.2 ต่อ 100,000 doses และ venous thrombo-embolic events (VTE) 0.2 ต่อ 100,000 doses อัตราการเกิด adverse events ส่วนใหญ่ไม่ได้สูงกว่าอัตราพื้นฐานจากการฉีดวัคซีนอื่น ยกเว้น เหตุการณ์ syncope และ VTE เมื่อพิจารณาในรายละเอียดการเกิด syncopeพบว่า 94 % ไม่รุนแรง 90 % เกิดขึ้นในวันที่ฉีดวัคซีน มากกว่า 50 % เกิดขึ้นภายใน 15 นาที หลังจากการฉีดวัคซีน และ 15 % ทำให้เกิดการหกล้ม จนเกิดการบาดเจ็บต่อศีรษะได้ การเกิด syncope พบได้สูงขึ้นในสตรีอายุ 11-18 ปี มากกว่าสตรีวัยอื่น การฉีดวัคซีนชนิดอื่นก็พบว่ามี syncope เกิดขึ้นเหมือนกัน องค์กรทางสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา (FDA, CDC, ACIP) จึงแนะนำให้ผู้รับการฉีดวัคซีนทุกรายนั่งพักสังเกตอาการประมาณ 15 นาที หลังฉีดวัคซีนก่อนกลับบ้าน (ถ้าเป็นไปได้ควรมีเพื่อนหรือผู้ปกครองมาด้วย ไม่ควรเดินกลับหรือขับรถกลับบ้านคนเดียวทันที) สำหรับเหตุการณ์ VTE มีรายงาน 56 ครั้ง (25 ราย ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็น VTE จริง) อายุเฉลี่ย 21 ปี (15-39 ปี) ระยะเวลาเฉลี่ยที่เกิด VTE ประมาณ 41.5 วัน (0-306 วัน) 50 % เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีน 23 วัน 28 ใน 31 ราย (90 %) มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด VTE ได้เองอยู่แล้ว เช่น กินยาคุมกำเนิด สูบบุหรี่ มีประวัติในครอบครัวเป็น VTE น้ำหนักมาก ไขมันสูง ฯลฯ เนื่องจาก 90 % ของสตรีที่มี VTE เกิดขึ้น มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด VTE อยู่แล้ว และระยะเวลาตั้งแต่มีปัจจัยเสี่ยงจนกระทั่งเกิด VTE ก็ไม่ทราบ จึงเป็นการยากที่จะสรุปว่าการเกิด VTE เป็นผลจากการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตามผลของการฉีดวัคซีนต่อการเกิด VTE จะมีการติดตามเฝ้าระวังต่อไป การฉีด Quadrivalent HPV Vaccine ปลอดภัยหรือไม่ องค์การผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษา หรือ Therapeutic Goods Administration (TGA) ของประเทศออสเตรเลีย ได้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ quadrivalent HPV vaccine เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552 ไว้ว่า มีการฉีดวัคซีนดังกล่าวในประเทศออสเตรเลียไปแล้วมากกว่า 5.8 ล้านครั้ง(doses) มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนต่ำมาก และในทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนนี้มากกว่า 45 ล้านครั้ง การฉีดวัคซีนวัคซีนจำนวนมาก ๆ นี้ แม้ในคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและอายุน้อย ย่อมมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ชนิดรุนแรงเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญและไม่สัมพันธ์กับการวัคซีนก็ได้ เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่รายงานเข้ามายังองค์การนี้ มักจะเกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ ของการใช้วัคซีนใหม่ เนื่องจากมีการติดตามเฝ้าระมัดระวังอย่างใกล้ชิด และความไม่คุ้นเคยกับยาใหม่ ผลข้างเคียงหลายอย่าง เช่น ปวดศีรษะ มึนงง หรือไม่สบาย อาจจะเท่ากับในคนวัยเดียวกันทั่วไปที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่รายงานเข้ามา 1394 ครั้ง (จาก 5.8 ล้าน) ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและพบได้บ่อยอยู่แล้ว เช่น อาการปวด บวมแดงบริเวณที่ฉีดยา เหตุการณ์นี้ส่วนใหญ่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ และมีแจ้งไว้แล้วในเอกสารกำกับยา quadrivaletn HPV vaccine(1) องค์การอาหารและยาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ quadrivalent HPV vaccine เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2552 ไว้ว่ามีการฉีดวัคซีนในประเทศสหรัฐอเมริกาไปแล้วมากกว่า 23 ล้านครั้ง มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รายงานเข้ามา 12,424 ครั้ง เป็นเหตุการณ์รุนแรง 772 ครั้ง (6.2 %) ที่เหลืออีก 11,652 ครั้ง เป็นเหตุการณ์ไม่รุนแรง เหตุการณ์เหล่านี้มีแจ้งไว้แล้วในเอกสารกำกับยาและไม่ได้พบสูงกว่าในประชากรวัยเดียวกันและเพศเดียวกัน สำหรับการเสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีนพบว่ามี 32 ราย แต่จากการชันสูตรศพ (autopsy) การตรวจสอบใบมรณะบัตร (death certificate) และเวชระเบียนพบว่าสาเหตุการตายเกิดจากปัจจัยอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนเลย(2) ทาง FDA และ CDC สรุปว่าการฉีด quadrivalent HPV vaccine มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง ( its benefits continue to outweigh its risks) (2) โดยสรุปแล้วทั้ง TGA, US FDA, และ European Medicines Agency (EMEA) ประเมินผลการฉีด quadrivalent HPV vaccine ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ(1,2) 1.Human papillomavirus vaccine (Gardasil). Advice from the Therapeutic Goods Administration. Available at : www.tga.gov.au/alerts/medicines/gardasil.htm 2. Gardasil Vaccine Safety. Information from FDA and CDC on the safety of Gardasil vaccine. Available at : www.fda.gov/BiologicsBlood Vaccines/Safety/Availability/VaccineSafety/ucm179549.htm





ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์

กรุณากรอกคำค้น

Official Partners
iCheckTest
Roche